The Dark Knight เรื่องราวภาคต่อของ อัศวินรัตติกาล อย่าง “BATMAN” ในปี 2008

The Dark Knight : แบทแมน อัศวินรัตติกาล (2008) แบทแมนภาคที่ “โจ๊กเกอร์” ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา

The Dark Knight เรียกได้เลยว่า BATMAN นั้นน่าจะเป็น หนังซุปเปอร์ฮีโร่ ในดวงใจของใครหลายๆคน จากผลงานกำกับของ Christopher Nolan ที่นำพาคนดู ทะยานไปไกลได้มากกว่า สิ่งที่เราเห็นเสมอ ซึ่งกับหนังชุด Batman นี้ก็ไม่ต่างเช่นเดียวกัน เพราะว่าหลังจากที่เขา ได้พาเราไปสำรวจโลกของ Batman คนใหม่กันไปแล้ว มาภาคนี้ก็เป็นการ ยกระดับหนังขึ้นไป ได้ไกลกว่าภาคแรก เป็นอย่างมาก ด้วยคู่ปรับที่ สมน้ำสมเนื้ออย่าง โจ๊กเกอร์

ประกอบกับวายร้ายรายอื่นๆ ที่หนังมีพื้นที่ให้อย่างเต็มที่ เลยทำให้มันกลายเป็น Batman ภาคที่ครบเครื่อง และเข้มข้นมากเลยทีเดียว จึงทำให้ความสำเร็จของ The Dark Knight (2008) นั้นก็ไม่เกินเลยไปจากที่ Nolan พูดเพราะหนัง สามารถทำรายได้ข้ามหลัก 1,000 ล้านเหรียญฯ ทั่วโลกได้เป็นเรื่องแรก

ของทางค่าย Warner Brothers, แฟรนไชส์หนังฮีโรของ DC และแฟรนไชส์ของ Batman เองนอกจากนั้น หนังก็ยังชนะ 2 สาขารางวัลออสการ์ นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมอย่าง (Heath Ledger) และผสมเสียงยอดเยี่ยม และได้เข้าชิงอีก 6 สาขารางวัล แต่การที่หนังไม่ได้เข้าชิง ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

ก็กลายเป็นข้อครหา และทำให้หลังจากปีนั้น คณะกรรมการออสการ์ จึงได้ปรับจำนวน เรื่องของหนังที่จะเข้า ชิงสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ให้ไม่ต้องจำกัด  ยู่แค่จำนวน 5 เรื่องอีกต่อไป

The Dark Knight

เนื้อเรื่องสุดเข้มข้นของ The Dark Knight :แบทแมน อัศวินรัตติกาล (2008)

หลังจากที่แบทแมน ได้ร่วมมือกับสารวัตร เจมส์ กอร์ดอน ออกกวาดล้างเหล่าทรชน ในเมืองก็อตแธมจนเป็นที่โจษจัน ทำให้คุณภาพชีวิต ของเมืองก็อตแธมก็ดีขึ้นมาก แต่ก็ยังมีชาวเมืองบางส่วน ที่ไม่ชอบใจกับการกระทำ ของแบทแมนเพราะดูเหมือน ตั้งตนเป็นศาลเตี้ย เพื่อพิพากษาคนร้าย แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ก็อตแธมก็ปรากฏวีรบุรษคนใหม่ ที่เล่นตามกติกา ของบ้านเมืองนั่นคือ ฮาร์วี่ย์ เดนท์ อัยการหนุ่มไฟแรง ที่ไม่เกรงกลัวต่อผู้ร้ายหน้าไหน จนได้รับฉายาว่าเป็น

“อัศวินม้าขาวแห่งก็อตแธม” (Gotham White Knight) ขณะเดียวกันทางฝั่งของแก๊งต่างๆ ที่กำลังอยู่ไม่สุข เพราะโดนขัดขวาง ก็มีแผนใหม่ที่จะรับมือ กับเหล่าวีรบุรุษ โดยการนำของ โจ๊กเกอร์ ชายแต่งหน้าเป็นตัวตลก มีรอยแผลเป็นที่อาสา จะกำจัดแบทแมนให้ โดยไม่เลือกวิธีการ โจ๊กเกอร์

จัดการก่ออาชญากรรม และวินาศกรรมป่วน ไปทั่วเมืองอย่างคาดเดาไม่ได้ และสังหารผู้บริสุทธิ์ ไปหลายคนโดยเรียกร้อง ให้แบทแมนออกมา เผยโฉมหน้าของตัวเอง ไม่อย่างนั้นจะต้องมีคนตายทุกวัน หลังจากที่หารือกันแล้ว บรูซ เวย์น ตัดสินใจจะเผยตัวจริง ของตนเองต่อหน้าสื่อ แต่ฮาร์วี่ย์ เดนท์

กลับชิงแกล้งเผยตัวไปก่อน ว่าตนเองคือแบทแมน และยอมโดนจับไปเพื่อให้ โจ๊กเกอร์หยุดการก่อเหตุเสีย แต่ทางโจ๊กเกอร์เอง ก็ได้วางแผนจับตัวเดนท์ไป ในระหว่างการส่งตัวเดนท์ เข้าสู่ที่คุมขัง แต่นั่นกลับเป็นแผนการ ของทางแบทแมน และกรมตำรวจเอง ที่จัดฉากเพื่อล่อโจ๊กเกอร์ ออกมาติดกับ

แต่อย่างไรก็ตาม โจ๊กเกอร์ก็ย่อมที่จะ มีแผนรับมือไว้แล้ว โดยการจ้างตำรวจเลว ในสถานีตำรวจให้ทำการ ลักพาตัวเดนท์และราเชล ดอว์ส อดีตคนรักของแบทแมน ไปซ่อนไว้ในสถานที่สองแห่ง และอาศัยช่วงที่แบทแมน และตำรวจออกไปช่วยทั้งคู่ ระเบิดสถานีตำรวจ หลบหนีออกมาได้ ระหว่างนั้นแบทแมน

ตกลงจะไปช่วยราเชล และให้กอร์ดอนไปช่วยเดนท์ แต่กลับพบว่าโจ๊กเกอร์ บอกสถานที่สลับกัน เพื่อให้เกิดความสับสน ต่อแบทแมน โดยทางตำรวจ จะช่วยราเชลได้หรือไม่..ต้องตามไปลุ้นกันในหนังได้เลย

Batman: The Dark Knight ได้สร้าง JOKER สุดยอดวายร้ายในตำนานที่ทุกคนต้องจดจำ

The Dark Knight

หนังแอคชั่นซุปเปอร์ฮีโร่อย่าง แบทแมน ที่นอกจากจะมี ตัวละครสำคัญๆ ที่เป็นพระเอกอย่าง แบทแมท ที่เป็นตัวละครฝั่งคุณธรรมแล้วนั้น หนังเรื่องนี้ยังมีตัวละครชูโรง ที่มีผู้ชมส่วนมาก ให้ความสนใจและชื่นชอบอย่างมาก นั่นก็คือ โจ๊กเกอร์ ร่วมอยู่ด้วยซึ่ง หนังแบทแมนในภาคก่อนๆนั้น โจ๊กเกอร์

อาจจะเป็นเพียง ผู้ร้าย ที่คอยต่อกรกับแบทแมนเท่านั้น แต่สำหรับบทโจ๊กเกอร์ ในภาค Batman:The DarkKnight ตัวละครอย่าง โจ๊กเกอร์ กลับได้รับบทบาท ที่มีความโหด ความดาร์ค ความฉลาดแกมโกง และมีทักษะเก่งกาจที่ ไม่แพ้ซุปเปอร์ฮีโร่อย่าง แบทแมนเลยแม้แต่นิดเดียว

อีกทั้งนักแสดงที่ได้รับบท JOKER ในภาค Batman:The DarkKnight อย่าง “ฮีธ เลดเจอร์” นั้นก็สามารถตีบทแตก สามารถแสดงออกถึงความดิบ โหด ป่าเถื่อน และความดาร์คขั้นสุด ที่มาพร้อมกับการ ตกตะกอนความคิด และวางแผนก่อการร้าย ได้อย่างแนบเนียน โดยเฉพาะในเรื่องของการ

ปั่นหัวเหล่าตัวละครภายในเรื่องนั่นเอง ซึ่งหลังจากหนังเรื่องนี้ ได้ปล่อยฉายออกมาแล้วนั้น ตัวละครอย่าง โจ๊กเกอร์ ก็ได้รับกระแสตอบรับ อย่างล้นหลาม โดยเฉพาะเรื่องของ การตีบทแตก จึงทำเอาคนดูอินไปกับ การแสดงออกของตัว โจ๊กเกอร์ ได้อย่างแท้จริง ที่ไม่ว่าจะเป็นฉากแอคชั่น การต่อสู้ต่างๆ หรือฉากของโจ๊กเกอร์ ที่ชอบพูดจาเย้าหยอก ปั่นหัวตัวละครอื่นๆ ภายในเรื่อง ก็สามารถทำออกมา ได้อย่างดีเยี่ยม สมกับเป็นโจ๊กเกอร์ ระดับตำนานจริงๆ

“ฮีท เลดเจอร์” นักแสดงโจ๊กเกอร์หนึ่งเดียวผู้เป็นตำนาน แฟนๆจดจำเขาได้ไม่เคยลืมจากหนังเรื่องนี้

The Dark Knight

บอกได้เลยว่าในภาพยนตร์แบทแมน ในภาคนี้สิ่งที่น่าชื่นชม มากที่สุดในเรื่องนี้ ก็คงจะหนีไม่พ้น “Heath Ledger” ผู้ที่รับบทเป็น JOKER เอาไว้ได้อย่างเป็นตำนาน สร้างความน่าสะพรึง พร้อมทั้งรังสี ที่กดดันแผ่มาถึงคนดูได้แทบทุกฉาก จนบางทีเราเอง ก็ยังสงสัยเลยว่า

หนังยังอุตส่าห์รอดจาก Rate R มาได้ยังไง ซึ่งมันเลยเป็นการปะทะกัน ระหว่างอุดมการณ์ กับคนบ้าที่ต้องการทำลายล้างทุกสิ่ง จนกลายเป็นว่า ตลอดทั้งเรื่องของหนังแทบจะเป็น จุดไคลแม็กซ์ของเรื่อง ได้ทั้งหมดเลย นับเป็นอีกตำนาน หนังซุปเปอร์ฮีโร่ ที่ยากจะหาหนังเรื่องไหน มาทัดเทียมได้จริงๆ

แต่ในตอนนี้ถึงแม้ว่า นักแสดงบท โจ๊กเกอร์ อย่าง ฮีท เลดเจอร์ จะได้เสียชีวิตลงไป หลังจากที่หนัง ออกฉายได้เพียงไม่นาน แต่บทบาทการแสดง เป็นโจ๊กเกอร์ของเขานั้น ยังคงตราตรึงใจผู้ชม และกลายเป็นนักแสดง ที่รับบทบาทของ โจ๊กเกอร์ ได้ดีที่สุดเท่า ที่เคยมีบทโจ๊กเกอร์มา

ข้อมูลดีๆ : มังงะ

แนะนำหนังน่าติดตาม : JOKER